Categories
ข่าว

นับเวลาถอยหลัง “ลิเวอร์พูล”คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

เวลานี้เหล่าบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” คงจะเริ่มวาดวิมานในอากาศกันแล้ว ถึงแม้ในฤดูกาลนี้พวกเขาไม่อาจจะร่วมสังสรรค์กับทีมรักได้ ด้วยเหตุว่ามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่ว่าเพียงแค่ได้มองเห็นโทรฟี่สีเงินแวววาวตั้งในสนามแอนฟิลด์ เพียงแค่นี้พวกเขาก็สุขสบายที่สุดแล้วในเกมที่จัดการไล่ถลุง คริสตัล พาเลซ นั้น ฟาบินโญ่ แม้ว่

 

าจะทำประตูไม่มาก แม้กระนั้นก็ชอบทำประตูหลักๆให้กับ หงส์แดง บ่อยๆ ยิ่งกว่านั้นประเด็นการทำประตูแล้ว นักฟุตบอลยังครอบครองบอลได้เหนียวแน่น, สามารถตัดเกมคู่ปรับ รวมทั้งยังคอยมองหาจังหวะเพื่อทำประตูเอง หรือจ่ายบอลให้เพื่อนพ้องร่วมทีมซัดประตู

แต่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พิสูจน์ให้เห็นแล้ว่า เขายังคงเป็นผู้เล่นที่เปิดบอลได้อย่างแม่นยำ แล้วก็ยิงฟรีคิกได้ฉมัง โดยในเกมจัดการ “ดิ อีเกิ้ลส์” เจ้าตัวเล่นได้อย่างเด่นมากๆในการเติมเกมบุกทางขอบเส้นฝั่งขวา แล้วก็ช่วยสร้างจังหวะสำหรับการทำคะแนนให้ทีมด้วยการเปิดบอลที่สุดอันตราย

สำหรับประตูขึ้นนำของทีมในเกมนี้ จะต้องเห็นด้วยว่า ตัวบุกปีกขวาทีมชาติอังกฤษ ปั่นฟรีคิกได้อย่างแม่นยำ และก็สวยมากมายๆแน่ๆว่าฟอร์มอย่างนี้ล่ะที่แฟนบอล “ลิเวอร์พูล” รอมาตลอด และก็เกมนี้เขาชี้ให้เห็นแล้วว่า “เจ้าหนูเทรนต์” คนเดิม กลับมาแล้ว

ในเวลาเดียวกันภายหลังที่ทีมนำห่าง คล็อปป์ เลือกส่ง เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงสู่สนามแทน เทรนต์ แล้วก็ตัวรุกชาวเวลส์ วัย 19 ปีก็ทำผลงานได้น่าตื่นเต้นในช่วงท้ายเกม แล้วก็ได้โอกาสทำประตูแต่ว่าโชคร้ายที่ดันไปเข้ามือ เฮนเนสซี่ย์ ยิ่งกว่านั้น นายใหญ่ชาวเยอมัน ยังส่ง เคอร์ติส โจนส์ และก็ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ได้มีโอกาสสัมผัสเกมใหญ่ เพื่อสะสมประสบการณ์

ผลของการแข่งขันในแมตช์นี้ ทำให้มีโอกาสสูงที่ หงส์แดง ตระเตรียมจะใช้ระบบโรเตชั่นในช่วง 7 เกมที่เหลืออยู่ อย่างไรก็แล้วแต่ ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ แน่ๆว่า แฟนบอลทั่วทั้งโลก โดยยิ่งไปกว่านั้นสาวก “เดอะ ค็อป” คงจะได้มองเห็นชุดทีมแข็งแกร่งที่สุดของสโมสรในฤดูกาลนี้กันไปแล้ว

แมตช์นี้ดูอย่างกับว่าส่วนประกอบด้านในกลุ่มทุกๆสิ่งทุกๆอย่างพอดีอย่างยิ่ง โดยการที่ คล็อปป์ จับ โจ โกเมซ ยืนคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ นับว่าพอดีที่สุด ในแผงมิดฟิลด์ “เฮนโด้”, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่ ติดต่อประสานงานกันได้อย่างกลมกล่อมละมุนละไม ระหว่างที่สามผสานแนวรุกก็โชว์ทีเด็ดเช่นเคย

ขณะเดียวกันสาวก “เดอะ ค็อป” บางครั้งอาจจะได้มองเห็นนักฟุตบอลใหม่ๆลงเล่น ถ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถที่จะเก็บความมีชัยในแมตช์ปะทะ เชลซี ซึ่งพูดได้ว่า “ลิเวอร์พูล” จะผงาดครอบครองแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี คราวแรกในรอบ 30 ปีในทันที แล้วก็ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น 11 ตัวจริงของกลุ่มคงเปลี่ยนแปลงโฉมไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือแน่ๆ

เวลานี้บรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” นั่งนับเวลาถอยหลังการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้ว โดยพวกเขาปรารถนาอีกเพียงแค่ 2 แต้มก็จะหมดการรอคอยที่แสนนานถึง 3 ทศวรรษซะที

อย่างไรก็ดี ทุกสิ่งทุกอย่างบางครั้งก็อาจจะเร็วยิ่งขึ้นถ้าเกิด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเยือน เชลซี ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมทั้ง “เรือใบสีฟ้า” ไม่อาจจะคว้า 3 คะแนนได้ ซึ่งพูดได้ว่าจะเป็นการส่งให้ “ลิเวอร์พูล” เถลิงบัลลงก์แชมป์ลีกที่ยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูกาลนี้

ที่สำคัญถ้าหาก หงส์แดง คว้าชัยชนะได้ก่อนจะไปเยี่ยม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.ค.นี้ นั่นถือได้ว่าบรรดาลูกทีมของผู้จัดการทีมเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะต้องยืนตั้งแถวเกียรติยศ พร้อมกับตบมือให้กับกองทัพ “ลิเวอร์พูล” ในฐานะแชมป์ใหม่ด้วย

แทงบอล

อ่านต่อได้ที่ globalreachpr.com

สมัครเว็บไซต์ แทงบอล ที่ดีที่สุด 

มีครบทั้ง บอล หวย มวย หรือว่า ม้าแข่ง ไก่ชน

ราคาดีที่สุด ค่าคอมสูงที่สุด บริการดีที่สุด คนเล่นเยอะที่สุด 

สมัครวันนี้รับสิทธิ์พิเศษมากมาย UFA369 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง